โบนัสเบิ้ลยอดฝากแรก 100% สูงสุด 4,000 บาท

ถ้าจะพูดถึงก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ชื่อของสามนักเตะคนนี้คงหนีไม่พ้น “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ “โก๋อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน และ “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ไม่ได้แค่ออกไปเล่นบอลในต่างประเทศ แต่พวกเขาออกไปพิสูจน์ให้ทั้งเอเชียเห็นว่านักเตะไทยสามารถยืนหยัดได้ในเวทีระดับสูงสุด เรื่องราวของทั้งสามคนนี้คือบทเรียนที่ดีที่สุดที่ฟุตบอลไทยสามารถมอบให้นักค้าแข้งสายเลือดใหม่

ธีรศิลป์ แดงดา นักเตะไทยคนแรกบนสนามลาลีกาสเปน

ย้อนกลับไปในปี 2014 เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา สวมเสื้อของอูดี อัลเมเรีย (UD Almeria) ลงวิ่งในสนามลาลีกาของสเปน นั่นคือวันประวัติศาสตร์ที่นักเตะไทยคนแรกได้ก้าวเท้าลงแข่งขันในลีกระดับโลก เขากลายเป็นชาวไทยและชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนแรกที่ได้เล่นในลาลีกา ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลก

แม้ช่วงเวลาที่อัลเมเรียจะไม่ยาวนาน แต่ผลกระทบต่อฟุตบอลไทยนั้นมหาศาล เพราะหลังจากนั้นธีรศิลป์ก็ยังไม่หยุดแค่นั้น เขาข้ามไปพิสูจน์ตัวเองในเจลีกกับซานเฟรซเซ ฮิโรชิมาในปี 2018 ด้วย ตลอดอาชีพการเล่นบอล เขาเป็นกองหน้าที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยลีก และเป็นดาวยิงอันดับหนึ่งตลอดกาลของทัวร์นาเมนต์ AFF Championship ด้วยสถิติ 25 ประตู

ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายที่คว้าแชมป์เจลีก

ในปี 2019 ธีราทร บุญมาทัน สร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้ฟุตบอลไทย เมื่อเขากลายเป็นนักเตะไทยคนแรก และนักเตะอาเซียนคนแรก ที่คว้าแชมป์เจลีกได้สำเร็จ โดยในฤดูกาลนั้นเขาเล่นให้กับโยโกฮามา เอฟ. มารินอส (Yokohama F. Marinos) ที่คุมทีมโดยแอนจ์ โปสเตโคกลู และพาสโมสรคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกคือ ธีราทรยังทำประตูสำคัญในนัดชิงแชมป์ที่โยโกฮามาเอาชนะเอฟซี โตเกียว 3-0 ต่อหน้าผู้ชมกว่า 63,000 คนในสนาม เขาแทงลูกได้ตั้งแต่นาทีที่ 26 ของเกม และนั่นคือนาทีที่แฟนบอลไทยทั่วประเทศกระโดดโลดเต้นไปพร้อมกัน ก่อนหน้านี้เขาเคยเล่นให้กับวิสเซล โกเบ ในปี 2018 ซึ่งได้ลงสนามร่วมทีมกับดาวดังระดับโลกอย่างอันเดรส อิเนียสตา แชมป์โลกปี 2010 และลูคัส โพดอลสกี้ แชมป์โลกปี 2014 ด้วย

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ติด Best XI เจลีกคนแรกจากไทย

ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ เจ ชนาธิป อาจเป็นนักเตะไทยที่คนทั่วเอเชียรู้จักมากที่สุด เขาเริ่มต้นการผจญภัยในเจลีกกับฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร (Hokkaido Consadole Sapporo) ในปี 2017 และใช้เวลาเพียงไม่กี่ฤดูกาลก็สร้างชื่อเสียงให้ฟุตบอลไทยในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในปี 2018 ชนาธิปกลายเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการโหวตเข้าทีมยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ “Best XI” ของเจลีก ซึ่งเป็นรางวัลที่ถูกคัดเลือกโดยผู้เล่นด้วยกันเอง ไม่ใช่แค่คณะกรรมการ นั่นหมายความว่าตัวนักเตะเจลีกที่ต้องเผชิญกับเขาในสนามคือคนที่ยืนยันความสามารถของเขามากที่สุด หลังจากนั้นเขายังย้ายไปคาวาซากิ ฟรอนตาเล (Kawasaki Frontale) ด้วยค่าตัวที่ถือเป็นสถิติการซื้อขายภายในประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้น

ทำไมการย้ายทีมต่างประเทศถึงสำคัญมากกับฟุตบอลไทย

สิ่งที่สามนักเตะนี้ทำไม่ได้จบแค่ผลงานส่วนตัว แต่มันเปลี่ยนมุมมองที่โลกมีต่อฟุตบอลไทยอย่างถาวร ก่อนหน้าที่จะมีชนาธิปในเจลีก สโมสรญี่ปุ่นแทบจะไม่มองมาทางนักเตะไทยเลย แต่หลังจากที่เขาพิสูจน์ตัวเองได้ สโมสรหลายแห่งก็เริ่มเปิดใจรับนักเตะไทยมากขึ้น อาทิ เอกนิษฐ์ ปัญญา, สุภโชค สารชาติ หรือชนภัช บัวพันธ์ ส่วนธีรศิลป์ที่ได้ลงสนามในสเปนนั้น ทำให้แฟนบอลไทยได้เห็นว่าประตูของลีกระดับโลกไม่ได้ปิดตายสำหรับพวกเขา

ธีราทรก็เช่นกัน การได้แชมป์เจลีกของเขาไม่ใช่แค่ตำแหน่งในตู้รางวัล แต่คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่านักเตะไทยสามารถลงสนามในระดับนั้นได้จริง และมีส่วนสำคัญในความสำเร็จของสโมสรได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือแรงบันดาลใจที่มีค่ามากสำหรับเด็กไทยรุ่นใหม่ที่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

มรดกที่ฝากไว้ให้ฟุตบอลไทยในอนาคต

สิ่งที่นักเตะทั้งสามรายนี้สร้างไว้นั้นไม่มีวันหายไป ไม่ว่าจะเป็นชนาธิปที่ทำให้แฟนบอลญี่ปุ่นหลงรักฟุตบอลไทย ธีราทรที่พิสูจน์ว่านักเตะไทยคว้าแชมป์ได้จริงในลีกระดับสูง หรือธีรศิลป์ที่เปิดประตูสเปนให้คนไทยเห็น ทั้งหมดนี้คือรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับนักเตะรุ่นถัดไป ฟุตบอลไทยอาจยังมีเส้นทางอีกยาวไกลในระดับเอเชีย แต่เรื่องราวของสามคนนี้คือหลักฐานที่ดีที่สุดว่าความฝันนั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามเกมฟุตบอลอย่างจริงจังและอยากสัมผัสความตื่นเต้นของการแข่งขันในทุกระดับ ลองแวะเข้าไปดูที่ taptap ทางเข้า ซึ่งเป็นช่องทางที่รวบรวมข้อมูลและช่วยให้การติดตามฟุตบอลของคุณสนุกและครบถ้วนยิ่งขึ้น

ชนาธิป ธีราทร และธีรศิลป์ ไม่ได้เป็นแค่นักเตะฝีเท้าเก่งสามคน แต่พวกเขาคือบทพิสูจน์ว่า ความฝันอันยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในจินตนาการ และนั่นคือมรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเขาได้ฝากเอาไว้ให้ฟุตบอลไทย